Apple จัดให้นักศึกษา มัดรวม Final Cut Pro, Logic Pro, Motion, Compressor และ MainStage ราคา $199 เท่านั้น!

Apple จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักศึกษา โดยมัดรวมแอปพลิเคชั่นสำหรับ Mac ระดับโปรถึง 5 แอปในราคา $199 จากราคาเต็มรวม $629 ได้แก่ Final Cut Pro X, Logic Pro X, Motion 5, Compressor 4, และ MainStage 3

หลังจากที่ผู้ใช้งานซื้อแอปพลิเคชั่นแบบชุดแล้วจะได้รับอีเมลจากทาง Apple หลังจากสั่งซื้อเป็นเวลาประมาณ 1-2 วัน โดยในอีเมลจะมี Redeem Code ให้นำโค้ดดังกล่าวไปใส่ใน Mac App Store ก็จะสามารถดาวน์โหลดแอปทั้งหมดลงมาใช้งานได้ทันทีครับ

เปรียบเทียบจากราคาเดิม

  • Final Cut Pro X ราคา $299.99
  • Logic Pro X ราคา $199.99
  • Motion 5 ราคา $49.99
  • Compressor 4 ราคา $49.99

รวมทั้งหมดราคาประมาณ $629 ลดเหลือเพียง $199 นั้นประหยัดไปได้ถึง $430 ตีเป็นเงินไทยประมาณ 15,000 บาทเลยทีเดียวครับ แต่น่าเสียดายที่โปรโมชั่นดังกล่าวมีเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งใครจะซื้อก็ต้องย้าย Apple ID ไป US แล้วค่อยใช้บัตรเครดิตที่รองรับซื้อเอาอีกทีครับ (แต่ต้องมีหลักฐานว่ากำลังศึกษาด้วยนะครับ เผื่อแอปเปิ้ลเรียกตรวจ)   ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ นครนายก ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

แบบนี้ก็ได้หรอ? เปิดตัว EZ Charge เคสชาร์จแบตฯ ไอโฟนแบบเสียบปลั๊ก

ก่อนหน้านี้ Apple เคยทำ Smart Battery Case ที่ตัวเคสสามารถชาร์จแบตเตอรีให้ไอโฟนได้ ซึ่งก็มีทั้งเสียงวิจารณ์ในทางที่บวกและลบ ทว่าล่าสุดก็มีเคสไอโฟนแบบใหม่ที่ชื่อ EZ Charge Case มาพร้อมดีไซน์ตัวเคสหนาๆ ที่พกพาความจุแบตเตอรีได้ 2,000 mAh และหัวปลั๊กแนบเสียบมากับด้านหลังเคส เรียกว่าเจอเต้าเสียบที่ไหนก็งัดหัวปลั๊กออกมาเสียบชาร์จกันได้เลย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ EZ Charge

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ EZ Charge

 

สำหรับ EZ Charge Case นั้นเบื้องต้นทำออกมา 2 ราคา คือรุ่นปกติ 39 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,400 บาท) และรุ่น EZ Charge Case Pro ในราคา 59 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,000 บาท) ใช้ได้กับ iPhone 6 ขึ้นไป โดยในตอนนี้ EZ Charge Case ยังเป็นโปรเจ็กต์ระดมทุนใน Indiegogo คาดว่าจะวางจำหน่ายจริงในช่วงเดือนมีนาคมนี้    ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ กระบี่ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

เหตุใด Amazon Alexa จึงนำหน้าไปไกล? และอะไรที่จะทำให้ Google, Microsoft และ Apple กลับสู้ต่อได้?

เรียกได้ว่า Alexa ผู้ช่วยดิจิทัลของ Amazon ได้เริ่มต้นอย่างสวยงามด้วยการทำงานร่วมกับลำโพง Echo ด้วยยอดจำหน่าย Amazon Echo ที่มากถึง 6 ล้านเครื่อง ในช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมา และเริ่มต้นเป็น 2017 ด้วยการเป็นดาวเด่นภายในงาน CES 2017 โดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง LG, GE, Ford และอื่นๆอีกมากมาย ได้นำ Alexa ไปใช้ในอุปกรณ์ต่างๆอย่างหลากหลาย จนมีการเติบโตในตลาดธุรกิจผู้ช่วยดิจิทัลอย่างรวดเร็ว จนไม่มีบริษัทไหนตามทัน

และด้วยความที่ Amazon ได้ทำให้ตลาด AI และผู้ช่วยดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่มากมายจึงเร่งพัฒนาอุปกรณ์ในส่วนนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • Google กำลังเร่งพัฒนาอุปกรณ์ Google Home และผู้ช่วยดิจิทัลอย่าง Google Assistant ออกมาแข่งกับ Amazon
  • Microsoft กำลังปรับแต่งให้ระบบ AI ผู้ช่วยดิจิทัลอย่าง Cortana สามารถทำงานได้ครอบคลุมมากขึ้น
  • Apple ก็มีข่าวว่ากำลังทำอุปกรณ์ออกมาแข่งกับ Amazon Echo

เหตุใด Amazon จึงเป็นผู้นำ

Amazon เริ่มประสบความสำเร็จกับ Echo เมื่อปี 2014 ซึ่งในช่วงนั้น Apple นำเสนอ Siri ในฐานะผู้ช่วยเสียงตัวแรกในธุรกิจนี้ ต่อมา Amazon ก็ได้เปิดตัวลำโพง Echo ในแนวทางเดียวกับ Apple คือสามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ด้วย Alexa นั่นเอง

จากนั้น เมื่อผู้คนเริ่มมีการพูดถึงAlexa มากขึ้น ทาง Amazon ก็ได้เพิ่มความสามารถของ Alexa เข้าไปอีก จนทำให้ตอนนี้ Alexa มีความสามารถอยู่มากกว่า 1,000 อย่าง ทั้งการเชื่อมต่อกับ Uber หรือแอป Twitter ซึ่งทำให้ Alexa ดูโดดเด่นที่สุดในธุรกิจนี้

นอกจากนั้น Amazon ยังเพิ่มความสามารถในด้าน Smart Home และสื่อเข้าไปอีกจนทำให้ผูบริโภคเกิดความรู้สึกคุ้มค่าที่ได้ซื้อ Echo มาใช้

แล้ว Google จะสู้ Alexa ได้อย่างไร ?

Google มีข้อได้เปรียบ Amazon อยู่ 2 อย่าง คือ

  • อย่างแรก Google มีความเชี่ยวชาญในด้านการค้นหาข้อมูล จนยากจะหาคู่แข่งมาเทียบได้ และนั่นเป็นสิ่งที่ผู้ช่วยดิจิทัลต้องมี
  • อย่างที่สอง มีผู้ใช้อุปกรณ์ Android มากกว่า 1.5 พันล้านคนทั่วโลก โดยผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android จะได้รับการอัปเดต Google Assistant ลงในระบบและแอปอย่าง Google Allo ด้วย

นั่นอาจกล่าวได้ว่า Alexa ของ Amazon เริ่มที่จะนำมาใช้กับโทรศัพท์และโทรทัศน์แล้วก็จริง แต่ Android ของ Google นั้นมีอยู่ทุกที่

แล้ว Microsoft จะสู้ Alexa ได้อย่างไร ?

Microsoft มีแผนยุทศาสตร์ที่จะนำเอา Cortana ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยดิจิทัลมาใช้ทั้งภาคธุรกิจและส่วนบุคคล โดยการพัฒนาให้มีสามารถตอบรับการพูดของมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น และจะนำมาใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ที่มีผู้ใช้ทั่วโลกเป็นจำนวนมากอย่าง Microsoft Office และเครือข่ายโซเชียลอย่าง LinkedIn

นอกจากนี้ Microsoft ยังร่วมกับ Nissan ผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังของโลก  และ Harman Kardon บริษัทผู้ผลิตเครื่องเสียงชั้นนำของโลก ในการนำเอา Cortana มาใช้ด้วย

แล้ว Apple ควรจะเริ่มทำอะไรก่อน…..?

ในทุกวันนี้ ดูเหมือนว่า Apple จะมีบทบาทในธุรกิจผู้ช่วยดิจิทัลนี้น้อยลงไปทุกที โดย HomeKit ของ Apple ที่จะใช้ควบคุมอุปกรณ์ Smart Home นั้นก็ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา แต่ Alexa กลับนำหน้าไปไกลด้วยการใช้งานในอุปกรณ์ต่างๆ

ถึงแม้ว่า Apple จะเปิดตัว Apple TV ที่เป็นเสมือน Hub สำหรับอุปกรณ์ Smart Home ได้ แต่ก็ดูมีประโยชน์น้อยกว่า Amazon Echo และ Google Home อยู่ดี

นักวิเคราะห์มองว่า Apple อาจไม่ใช่บริษัทแรกที่เริ่มเข้าสู่ธุรกิจด้านนี้ แต่อาจสร้างประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างออกไป เหมือนอย่างที่เคยทำได้สำเร็จกับหน้าจอสัมผัสมาก่อน   ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย  รับทำเว็บไซต์ ชัยภูมิ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

ข้อมูลอ้างอิง : businessinsider

แอปเปิ้ลปลื้ม! AirPods ยอดขายทะยานขึ้นอันดับหนึ่งในตลาดหูฟังไร้สาย

แอปเปิ้ลปลื้ม! AirPods ยอดขายทะยานขึ้นอันดับหนึ่งในตลาดหูฟังไร้สาย

แม้ AirPods หูฟังไร้สายตัวชูโรงจาก Apple นี้ จะถูกวิจารณ์อย่างหนาหูทั้งเรื่องดีไซน์ที่พร้อมจะทำหล่นหายได้ทุกเมื่อ แบตเตอรี่ที่ใช้ได้แค่ 5 ชั่วโมง หรือการออกวางจำหน่ายที่ล่าช้ากว่ากำหนด แต่ก็มันไม่ได้หมายความว่าคนจะไม่ซื้อมันมาใช้ เพราะข้อมูลล่าสุดจากบริษัทวิจัย Slice Intelligence เผยว่าตั้งแต่ช่วงพรีออเดอร์ก่อนการวางขายจริงในวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา เจ้า AirPods ตัวนี้สามารถทำยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้สูงที่สุดของตลาดหูฟังไร้สายทั้งหมด

แอปเปิ้ลปลื้ม! AirPods ยอดขายทะยานขึ้นอันดับหนึ่งในตลาดหูฟังไร้สาย

จากกราฟจะเห็นได้ว่าในช่วงที่เปิดวางจำหน่ายจริง Apple AirPods ทำส่วนแบ่งได้สูงกว่า Beats ซึ่งเป็นแบรนด์หูฟังอีกตัวของ Apple ที่ก่อนหน้านี้เคยทำยอดขายไว้สูงที่สุด นอกจากนี้บริษัทวิจัยยังเผยอีกว่า ในวันที่เปิดพรีออเดอร์ AirPods สามารถทำยอดขายได้สูงที่สุดผ่านช่องทางออนไลน์ของการขายหูฟังทุกประเภทในปี 2016 ซึ่งสูงกว่ายอดขายในช่วงเทศกาล Cyper Monday และ Black Friday เสียอีก

หูฟังไร้สายดูจะเป็นตลาดสินค้าที่น่าจะเติบโตไปได้อีกไม่น้อยในปี 2017 เพราะเหล่าบรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนก็เริ่มจะตัดช่องเสียบหูฟังออกจากสมาร์ทโฟนของตนเอง ตาม Apple ที่ชิมลางตัดช่องหูฟังของ iPhone 7 ออกไปเมื่อปีที่แล้ว

สำหรับใครที่ต้องการเป็นเจ้าของก็สามารถไปจับจองเจ้า AirPods กันได้ที่หน้าร้าน หรือจะซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของ Apple Shop ในราคา 6,990 บาท โดยช่องทางออนไลน์จะใช้เวลารอรับสินค้าประมาณ 6 สัปดาห์    ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ เชียงใหม่ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?
ที่มา : techcrunch.com , intelligence.slice.com

อ่านขาด! อดีตวิศวกรเผย Apple ไม่ยอมรับ Flash บนไอโฟนเพราะผู้บริหาร Adobe ไม่คุยกับจ็อบส์

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของ Apple และ Adobe สองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ก็ดูเหมือนจะเป็นเส้นขนานอยู่เสมอ และในอดีต Steve Jobs ก็เคยตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการไม่นำโปรแกรม Adobe Flash เข้ามาใช้แสดงผลเว็บเบราเซอร์บนไอโฟน โดยย้อนกลับไปในช่วงมกราคม 2010 เขาเคยระบุสาเหตุไว้ในตอนหนึ่งของจดหมายเปิดผนึกที่ชื่อ ‘Thoughts on Flash’ ว่าโปรแกรม Flash นั้นในอนาคตจะไม่มีใครใช้ แต่ HTML5 จะเป็นคลื่นลูกใหม่ในการทำเว็บไซต์

ขณะเดียวกันทางด้าน Bob Burrough อดีตวิศวกรของ Apple นั้นได้ทวีตข้อความบน Twitter ส่วนตัวพร้อมเปิดเผยความจริงในเวลานั้นว่า Apple ได้เคยทำการทดสอบการใช้งาน Flash บนไอโฟนแล้วตั้งแต่ปี 2008 แม้ว่าในตอนนั้นจะเจอบั๊กมากมายในตอนนั้น แต่ Jobs ก็ยังมองว่าเป็นปัญหาทางซอฟต์แวร์ที่แก้ไขได้ แต่สาเหตุที่แท้จริงที่ Jobs ไม่ยอมรับให้ใช้ติดตั้งการแสดงผลเว็บไซต์ด้วย Flash มาจากการที่ ซีอีโอของ Adobe ไม่ยอมรับสายโทรศัพท์จากเขา ซึ่งหลังจากนั้นทำให้ Steve Jobs มองว่าการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในอนาคตข้างหน้าอาจเจอปัญหาใหญ่ หากท่าทีของทาง Adobe ยังไม่ให้ความร่วมมืออย่างนี้

‘สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรำคาญมากอยู่หลายปีเลยคือใคร ๆ ต่างก็เยาะเย้ยความคิดของ Steve ในตอนนั้น แต่ตอนนี้ทุกคนเห็นแล้วว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง อย่างที่คุณเห็น Adobe แม่*เป็นพาร์ทเนอร์กาก ๆ 10 ปีผ่านไป Flash ตาย และ Adobe ก็ยังเป็นบริษัทกากๆ เหมือนเดิม’ Burrough จัดหนัก    รับทำเว็บไซต์ นครพนมติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย  ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

 

iFixit ชำแหละ AirPods งานละเอียด แต่ “ซ่อมไม่ได้ พังให้ซื้อใหม่”

ตามธรรมเนียมเมื่อสินค้าใหม่ๆ ของ Apple เริ่มส่งถึงมือเจ้าของเมื่อไหร่ทาง iFixit จะเริ่มชำแหละอุปกรณ์เพื่อดูว่าข้างในสินค้าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ซ่อมได้หรือไม่ และให้คะแนนการซ่อมเอาไว้ด้วย 

ตัวหูฟังถูกยึดด้วยกาวอย่างแน่นทุกตำแหน่งของตัวหูฟัง ต้องใช้มีดตัดเอาเท่านั้น ด้านล่างของตัวหูฟังหรือแถบเงินๆ เอาไว้ชาร์จกับตัวเคสจะมีไมค์ติดอยู่

ในแผงของหูฟังพบชิปอยู่สี่ชิ้น ได้แก่

  • Apple 343500130 คาดว่าจะเป็นชิป Apple W1
  • Cypress CY8C4146FN ตัวจัดการระบบของหูฟะง
  • Maxim 98730EWJ ตัวแปลงสัญญาณเสียงเสตอริโอพลังงานต่ำ
  • Texas Instruments TPS743

อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจใน AirPods คือแบตเตอรี่ความจุเพียง 93 mWh ซึ่งคิดเป็น 1% ของ iPhone 7 เท่านั้น ถึงแม้จะน้อยแต่ก็อยู่ได้นานถึง 5 ชั่วโมงเลยทีเดียว

สำหรับกล่องหรือที่ชาร์จของ AirPods เป็นกล่องธรรมดาทั่วไปแต่ด้วยการขึ้นรูปของเคสนั้นไม่ใช่แบบประกอบทำให้ทาง iFixit ต้องใช้เลื่อยผ่าออกเอา ยกเว้นด้านบนที่สามารถแกะออกมาได้

หลังจากแกะกล่องด้านในพบแบตเตอรี่ 3.81 V, 1.52 Wh lithium-ion ซึ่งคววามจุมากกว่า AirPods ถึง 16 เท่าต่อหนึ่งข้าง นั่นหมายความว่า กล่องใบนี้สามารถชาร์จ AirPods ได้ถึง 8 ครั้งเลยทีเดียว นอกจากนี้ระบบชาร์จยังมีชิป IC แบบเดียวกับที่พบใน iPhone 5 ขึ้นไปซึ่งใช้ตรวจจับที่ชาร์จปลอมได้   ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ สกลนคร ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

Apple หยุดปล่อยอัปเดต watchOS 3.1.1 ชั่วคราวหลังทำเครื่องพัง

หลังจากปล่อยอัปเดต 4 OS รวดพร้อมกันได้แก่ iOS, macOS, tvOS และ watchOS ล่าสุด Apple ก็ได้จัดการหยุดปล่อยอัปเดต watchOS 3.1.1 เป็นที่เรียบร้อยหลังผู้ใช้งานพบเครื่องพัง

เหตุเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้งานอัปเดต Apple Watch Series 2 ได้อัปเดต/ติดตั้ง watchOS 3.1.1 ตัวล่าสุดแล้วพบว่าเครื่องพัง

การแก้ไขเบื้องต้น ผู้ใช้งานสามารถทำ Restart เครื่องใหม่ได้ แต่ถ้าหากทำแล้วยังไม่สามารถเข้าสู่หน้าจอปกติ ก็จำเป็นจะต้องติดต่อ Apple เท่านั้น (Brick แล้ว) และทาง Apple จะให้เครื่องสำหรับเคลมมาแทน   ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ กาญจนบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

Nokia เดินหน้าฟ้อง Apple ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรทางด้านเทคโนโลยี

Nokia เดินหน้าฟ้อง Apple ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรทางด้านเทคโนโลยี

บริษัท Nokia ได้ประกาศที่จะฟ้องร้องบริษัท Apple สำหรับการละเมิดสิทธิบัตรในประเทศเยอรมนีและประเทศสหรัฐอเมริกา อ้างอิงจากคำร้องพบว่า Apple เคยตกลงใช้สิทธิบัตรบางอย่างของ Nokia ในปี 2011 แต่ก็ได้มีการยกเลิกข้อตกลงกันมานานแล้วตั้งแต่ตอนนั้น

Ilkka Rahnasto หัวหน้าฝ่ายธุรกิจด้านสิทธิบัตรของ Nokia ได้กล่าวว่า

“จากการลงทุนทั้งด้านการพัฒนาและการวิจัย Nokia ได้สร้างหรือมีส่วนร่วมมากมายในการเป็นรากฐานให้กับเทคโนโลยีของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนี้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ของ Apple ด้วย”

คำสั่งฟ้องได้ยื่นต่อศาลทั้งในประเทศเยอรมนี และประเทศสหรัฐอเมริกา โดยแจ้งการละเมิดสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีรวมทั้งสิ้น 32 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมทั้งในส่วนของหน้าจอ, User Interface ของชิปเซ็ตและการเข้ารหัสวีดีโอ

ทั้งนี้ Apple ไม่ใช่บริษัทหน้าใหม่แต่อย่างใดในวงการฟ้องศาลเรื่องละเมิดสิทธิบัตร เมื่อช่วงต้นปีก็เพิ่งต้องต้องจ่ายเงินราวๆ 24.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการละเมิดสิทธิบัตรของ Siri และ $625 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการละเมิดสิทธิบัตรของ Facetime ทั้งนี้ Apple ก็มีการไล่ฟ้องบริษัทอื่นๆ ด้านสิทธิบัตรด้วยเช่นกัน อย่าง Samsung ก็เพิ่งแพ้คดีด้านสิทธิบัตรให้ Apple ไป
ที่มา : www.engadget.com

ลือหนัก! Jony Ive ไม่ได้ดูเรื่องออกแบบไอโฟนให้ Apple อีกต่อไปแล้ว

หัวหน้าทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple อย่าง Jony Ive นั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบฮาร์ดแวร์สินค้าของบริษัทแล้ว แต่ได้ไปให้ความสำคัญกับการดูแลออกแบบด้านสถาปัตยกรรมแทน โดยเฉพาะการออกแบบสำนักงานใหญ่ Apple Campus และ Apple Store 

apple-book-04_777c62be987d1a06d4ac4f54e0406275-m

สำหรับข่าวดังกล่าวนั้นมาจากรายการทอล์คโชว์ของบล็อกเกอร์ John Gluber ในเทปที่เขาได้เชิญเจ้าของเว็บไซต์ SixColors อย่าง Jason Snell มาเป็นแขกรับเชิญ ซึ่งระหว่างการให้สัมภาษณ์นั้น Snell ก็เปิดเผยว่าเขาทราบจากวงในของบริษัท Apple หลุดข้อมูลระบุว่า Jony Ive นั้นปัจจุบันไม่ได้รับหน้าที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple เหมือนก่อนแล้ว หลังจากรับหน้าที่นี้มาตลอด 20 ปี

แม้ว่าประเด็นดังกล่าวจะเป็นจริงหรือไม่ แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าในระยะหลัง Ive เองก็แทบไม่ปรากฏตัวในงานแถลงข่าวของ Apple เลยในช่วงที่ผ่านมา ทั้งที่เขาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัท นอกจากนี้ ยังมีผู้คนบางกลุ่มแสดงความคิดเห็นว่าการออกหนังสือรวม

ผลิตภัณฑ์ “Designed by Apple in California” ของ Apple เมื่อเร็วๆ นี้ คือการพยายามยื้อเวลาให้ Jony Ive เปลี่ยนใจจากการเกษียณตัวเองออกจากองค์กร ซึ่งหากข่าวลือเป็นจริง นั่นก็หมายความว่า iPhone 8 หน้าจอ OLED ที่จะเปิดตัวในปี 2017 นั้น Ive จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบอีกต่อไป   ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย   รับทำเว็บไซต์ กระบี่ 
ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

Apple กำลังพัฒนาระบบ Augmented Reality ให้เป็นส่วนหนึ่งของแอพฯ กล้องบน iPhone

Apple กำลังพัฒนาระบบ Augmented Reality ให้เป็นส่วนหนึ่งของแอพฯ กล้องบน iPhone

Tim Cook ซีอีโอของบริษัท Apple ได้แสดงความสนใจในเทคโนโลยี Augmented Reality มาอย่างยาวนาน โดยเขามองว่ามันมีศักยภาพด้านการใช้งานในชีวิตจริงได้ดีกว่าเทคโนโลยี Virtual Reality ล่าสุดในรายงานของ Business Insider ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า Apple มีแผนที่จะผนวกเอาเทคโนโลยี Augmented Reality เข้าไปไว้เป็นส่วนหนึ่งของ iPhone

ในรายงานได้ระบุว่า Apple กำลังพัฒนาระบบ Augmented Reality เข้าไว้ในแอพฯ กล้องของ iPhone ในตัว โดยอาศัยเทคโนโลยีหลายๆ ด้านที่ได้มาจากบริษัท Startups หลายๆ แห่ง เช่น Metaio เป็นต้น ทั้งนี้ยังมีการเปิดเผยอีกว่า Apple ได้เริ่มต้นสร้างทีมวิจัยสำหรับพัฒนาเทคโนโลยี AR และ VR แบบลับๆ มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Augmented Reality

Apple คาดหวังว่าในการเพิ่มเทคโนโลยี AR ไว้บน iPhone จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดกล้องถ่ายรูปเพื่อเล็งไปยังสถานที่ต่างๆ ในชีวิตจริง และระบุรายละเอียดของสิ่งนั้นๆ ได้

นอกเหนือจากนี้ Apple ยังต้องการที่จะใส่เทคโนโลยีตรวจสอบใบหน้าขั้นสูง ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AR ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบใบหน้าพร้อมกันได้หลายคนอย่างแม่นยำ

ซึ่งในแผนการระยะยาว Apple อาจจะปล่อย SDK ให้นักพัฒนาสามารถใช้เทคโนโลยี AR ในกล้อง ต่อยอดพัฒนาแอพฯ ออกมาให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Augmented Reality

ในตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า Apple จะเปิดตัว AR บน iPhone เมื่อไหร่ แต่จากการคาดการณ์ คาดว่ามันจะน่าจะมาพร้อมกับ iPhone รุ่นใหม่ นั่นก็คือ iPhone 8 นั่นเอง  สำหรับใครที่กำลังมองหาเส้นทางธุรกิจสู่ความสำเร็จ สนใจในธุรกิจออนไลน์ และคิดอยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง มาทางนี้เลย! รับทำเว็บไซต์ ฉะเชิงเทรา ออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะกับธุรกิจของลูกค้า
ที่มา : 9to5mac.com